nawarat's Blog

ภาควิชาเทคนิคเกษตร คณะเทคโนโลยีการเกษตร สจล.

Tuesday, February 21, 2006






แหล่งสารสนเทศที่น่าสนใจ

ถนนพระอาทิตย์










ประวัติถนนพระอาทิตย์
ความเป็นมาของบริเวณถนนพระอาทิตย์นี้ สืบย้อนไปได้ตั้งแต่สมัยแรกตั้งกรุงเทพฯ เมื่อ 200 ปีกว่าปีมาแล้ว ที่ดินแถบนี้ตั้งอยู่ใกล้กับศูนย์กลางของพระนครทั้งวังหลวง วังหน้า จึงพลอยเป็นที่ตั้งของวังเจ้านายเชื้อพระวงศ์มาหลายยุคหลายสมัยร่องรอยความเป็นย่านเจ้าบ้านนายที่ยังคงมีให้เห็นอยู่ก็ได้แก่ ตัวตึกเก่าทั้งขององค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ) และตึกขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) ตึกทั้งสองหลังนี้เป็นอาคารในบริเวณวังของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนเรศร์วรฤทธิ์ (พระเจ้าน้องยาเธอในรัชกาลที่ 5) มาแต่เดิม ส่วนอาคารที่ทำการพุทธสมาคมแห่งประเทศไทยนั้น ในอดีตเคยเป็นตำหนักของพระองค์เจ้าหญิงมนัสสวาทสุขสวัสดิ์ ถัดมาที่เป็น “บ้านเจ้าพระยา” ซึ่งเคยใช้เป็นที่ตั้งศาลรัฐธรรมนูญอยู่พักหนึ่งนั้น ก็เป็นวังเก่าของพระองค์เจ้าคำรบ พระบิดาของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช นอกจากนี้แล้วตามซอกซอยที่แยกออกจากถนนพระอาทิตย์นั้น หากลองเดินเข้าไปดู จะพบว่าล้วนอุดมไปด้วยบ้านเรือนไม้อย่างเก่าๆซึ่งบางหลังยังคงความงามไว้ให้เห็นอยู่มากอย่างตึกทรงฝรั่งที่เป็นสถาบันวัฒนธรรมเยอรมัน (เกอเธ่) เดิมแล้วปัจจุบันเป็น “บ้านพระอาทิตย์” ของบริษัทผู้จัดการนั้น ก็เคยเป็นบ้านของเจ้าพระยาวรพงศ์พิพัฒน์ (ม.ร.ว.เย็น อิศรเสนา) เสนาบดีกระทรวงวังในสมัยรัชกาลที่ 7 มาก่อน ท่านผู้นี้สืบสายสกุลและมรดกที่ดินมาจากเจ้านายทางวังหน้าตั้งแต่ครั้งต้นรัตนโกสินทร์เมื่อบริษัทผู้จัดการมาซื้อบ้านพระอาทิตย์นั้น นอกจากจะได้บูรณะอย่างดีแล้ว ยังก่อสร้างอาคารอื่นๆ “ล้อ” กับตัวบ้านเดิม ตึกทรงโบราณที่อยู่ติดถนนนั้น ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของ ร้าน Coffee & More ร้านขายกาแฟ ชา นานาชนิด กับขนมเค้กอร่อยๆ





ถนนพระอาทิตย์
ชุมชนสำคัญที่เติบโตพร้อมกับการสร้างพระนครเป็นศูนย์กลางการปกครองและศิลปวัฒนธรรมตัวถนนเลียบแม่น้ำเจ้าพระยามีวังเจ้านายบ้านเรือนข้าราชบริพารและราษฎรเรียงรายที่สองฝั่งถนนความเจริญรุ่งเรืองของชุมชนถนนพระอาทิตย์ผูกพันอย่างต่อเนื่องกับประวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯมาจนถึงปัจจุบัน
ต้นลำพู ในบริเวณนี้แต่เดิมมีต้นลำพู ขึ้นหนาแน่นจึงเรียกว่า บางลำพู
บ้านเจ้าพระยา เดิมเป็นวังกรมหมื่นสถิตย์ธำรงสวัสดิ์พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวต่อมารัฐบาลในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้ซื้อที่ดินแล้วสร้างที่ทำการกรมตำรวจ บริเวณนี้จึงได้เรียกกันว่า วังพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าคำรบ
บ้านพระอาทิตย์ หรือ เกอเธ่ ( สถาบันวัฒนธรรมไทย - เยอรมัน ) ในอดีตเคยเป็นสถานที่พบปะสังสรรค์ของผู้ที่สนใจในศิลปะ วรรณกรรมภาพยนตร์และการแสดง
อาคารองค์การยูนิเซฟ ที่ตั้งอาคารนั้นแต่เดิม เป็นวังของพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระนเรศร์วรฤทธิ์พระราชโอรสในรัชกาลที่ 4 ถือเป็นอนุสรณ์สถานสำคัญในประวัติศาสตร์โดยในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
ป้อมพระสุเมรุ และ สวนสาธารณะสันติชัยปราการป้อมพระสุเมรุ สร้างสมัยรัชกาลที่ 1 ตามกำแพงพระนครชั้นนอกรายล้อมแนวคลองรอบกรุงไปจนถึงแม่น้ำเจ้าพระยา สมัยแรกสร้างมี 14 ป้อม คือ จักรเพชร ผีเสื้อ พระจันทร์ พระอาทิตย์ พระสุเมรุ มหากาฬ มหาชัย มหาปราบ มหายักษ์ มหาฤกษ์ ยุคนธร วิสันธร เสือทยาน และหมูทะลวง ภายหลังป้อมต่างๆ ทรุดโทรมลงจึงรื้อทิ้งเกือบหมดคงเหลือเพียงป้อมพระสุเมรุและป้อมมหากาฬ
สวนสาธารณะสันติชัยปราการ ตั้งอยู่ในบริเวณ ถนนพระอาทิตย์ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งทิศตะวันออกขนาดพื้นที่ประมาณ 8 ไร่ มีความร่มรื่นประกับกับทัศนียภาพที่สวยงาม เป็นที่นิยมของประชาชน ในการพักผ่อนหย่อนใจออกกำลังกายตลอดจนจัดกิจกรรมต่างๆ อยู่เสมอ ภายในบริเวณมีสถานที่สำคัญได้แก่ ป้อมพระสุเมรุ สร้างขึ้นในสมัย ร .1และพระที่นั่งสันติชัยปราการที่สร้างขึ้นใหม่


สถานที่น่าสนใจบนถนนพระอาทิตย์


ป้อมพระสุเมรุ
ป้อมพระสุเมรุเป็นป้อมพระกำแพงพระนครอยู่ทางด้านเหนือของพระนคร ตั้งอยู่ที่ปากคลองบางลำพูหรือคลองคูพระนครริมแม่น้ำเจ้าพระยา ห่างจากบางลำพูประตูใหม่หรือสี่แยกบางลำพูในปัจจุบันประมาณเกือบหนึ่งกิโลเมตร เมื่อแรกสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ ป้อมนี้อยู่ในความดูแลของพระราชวังบวรสถานมงคลหรือวังหน้า ซึ่งสมัยนั้นแบ่งเขตการปกครองในพระนครออกเป็น ๒ ส่วนโดยถือเอาวัดสุทัศนเทพวรารามเป็นกึ่งกลางพระนคร ตั้งแต่ประตูสำราญราษฎร์หรือประตูผีขึ้นไปทางด้านเหนือพระนครถึงปากคลองตลาดเป็นเขตปกครองของพระบรมมหาราชวังหรือวังหลวง หลังป้อมพระสุเมรุในภาพนี้มีวัดสังเวศวิศยารามตั้งอยู่ วัดนี้ตั้งอยู่นอกกำแพงพระนครตรงปากคลองบางลำพู คือ อยู่ตรงกันข้ามกับป้อมพระสุเมรุอีกด้านหนี่งติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาเช่นเดียวกับป้อมพระสุเมรุ ส่วนตรงกันข้ามกับป้อมพระสุเมรุในพระนครมีวังเจ้านายวังหน้าอยู่ ๒ วัง สำหรับบ้านเรือนราษฎรในบริเวณนี้ ทั้งในพระนครและนอกพระนครเป็นข้าราชการไพร่และข้าทาสวังหน้า แต่ก็คงจะมีบ้านเรือนไม่หนาแน่นมากนัก ที่อยู่ปากคลองบางลำพูและริมแม่น้ำเจ้าพระยาส่วนใหญ่เป็นเรือนแพ แต่ก็คงจะอยู่ไม่หนาแน่นเช่นกัน ปรากฏว่าเมื่อมีการผลัดเปลี่ยนแผ่นดินใหม่พระบาทสมเด็จพระจอมเล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ ในต้นรัชกาลได้เกิดผู้ร้าย ทำการปล้นฆ่าหลายราย เป็นการท้าทายอำนาจทางการที่บางลำพูก็เกิดมีผู้ร้ายจำนวนตั้ง ๒๐–๓๐คน คุมพวกเข้าปล้นเรือนแพที่จอดอยู่ปากคลองบางลำพู แล้วฆ่าเจ้าทรัพย์ตาย แต่ทางการก็ตามจับคนร้าย ได้ภายในไม่กี่วัน แล้วตัดสินลงโทษประหารชีวิตตัวการหลายคน ส่วนนอกนั้นก็ให้เฆี่ยนแล้วจำคุกไว้ เมื่อสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ถนนส่วนใหญ่เป็นถนนดินเล็กๆ แคบ พอที่คนช้างม้าและเกวียนเดินได้เท่านั้น ครั้นถึงรัชกาลที่ ๕ เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสอินเดียและสิงคโปร์ไปทอดพระเนตรเห็นถนนหนทางแบบยุโรปในเมืองหล่านั้น เมื่อเสด็จฯ กลับมาแล้วจังได้โปรดเกล้าฯให้สร้างถนน รอบกำแพงภายในพระนครขึ้น ถนนตั้งแต่ห้อมพระสุเมรุไปจนถึงป้อมมหากาฬให้เรียกว่า ถนนพระสุเมรุ ตามชื่อป้อม ส่วนถนนไปทางท่าช้างวังหน้าให้เรียกว่า ถนนพระอาทิตย์ ตามชื่อป้อมพระอาทิตย์ซึ่งตั้งอยู่ที่ปากคลองคูพระนครเดิมหรือคลองโรงไหมหรือคลองหลอดในรัชกาลนี้ได้มีการสร้างประตูกำแพงพระนครใหม่แต่ที่บางลำพู และที่สะพานเหล็กบนชาวบ้านเรียกว่า ประตูใหม่ ทั้งคู่ คือ ที่บางลำพูประตูใหม่ แต่ที่สะพานเหล็กบนสร้างประตูเป็นสามยอดชาวบ้านจึงเรียกว่า ประตูใหม่สามยอด แล้วเลยเรียกสั้นๆ ว่า ประตูสามยอด ที่บางลำพูประตูใหม่นี้ มีตลาดใหญ่เรียกว่า ตลาดยอดอยู่ในกำแพงเพระนคร ส่วนนอกกำแพงพระนครตรงเชิงสะพานนรรัตนสถาน มีตลาดอีกตลาดหนึ่ง สำหรับพ่อค้าแม่ค้าเอาทุเรียนและผลไม้ต่าง ๆ จากสวนบางขุนนนท ์ บางกอกน้อย บางซื่อ และบางซ่อน มาวางขาย ชาวบ้านจึ้งเรียกว่า ตลาดทุเรียน หนังสืออ้างอิง อนุทินกรุงเทพฯ ภาพแห่งความทรงจำ เทพชู ทับทอง สำนักพิมพ์ ปิรามิดกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 1 2545


สวนสันติชัยปราการ
สวนสันติชัยปราการสร้างขึ้นเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อปีพ.ศ. 2542 ภายในสวนสันติชัยปราการมีพระที่นั่งสันติชัยปราการริมน้ำไม่ไกลจากพระที่นั่งฯ มีต้นลำพูต้นสุดท้ายของย่านนี้ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อบางลำพู และประติมากรรชื่อ "วิถึชึวิตบางลำพู" บอกเล่าประวัติศาสตร์ชุมชนแห่งนี้ตั้งแต่สมัยอยุธยา จนถึงรัชกาลที่ 7 ภายในบริเวณนี้ยังเป้ฯที่ตั้งของป้อมพระสุเมรุ ซึ่งเป็นหนึ่งใน 2 ป้อมรอบเกาะรัตนโกสินทร์ที่เหลืออยู่


บ้านพระอาทิตย์
บ้านเลขที่ 102/1 ถนนพระอาทิตย์ สร้างในสมัยรัชกาลที่ 6-7 บนเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ เดิมเป็นที่ตั้งวังของเจ้าเสนาบดีฝ่ายพระราชวังบวร สถานมงคลเมื่อสมัยรัชกาลที่ 1 จนกระทั่งสมัยรัชกาลที่ 5จึงตกเป็นของเจ้าพระยาวรพงศ์พิพัฒน์ (มรว.เย็น อิศรเสนา) ซึ่งเป็นเสนาบดี กระทรวงการคลังในสมัยรัชกาลที่ 6 ได้สร้างบ้านขึ้นใหม่เพราะวังเดิมชำรุดทรุดโทรมไปแล้ว ลักษณะอาคารเป็นตึก 2 ชั้นยกพื้นสูงหลังคามุงกระเบื้องว่าว ลักษณะเด่นอยู่ที่ยอดโดมของอาคารหลังใหม่และอาคาร 2 หลังที่เชื่อมโยงกันด้วยระเบียงประดับชายคา และช่องลมด้วยลวดลายไม้ฉลุ
บ้านพระอาทิตย์ Coffee & Moreชา กาแฟ เค้กเปิด : จันทร์-พฤหัสบดี 10.30-22.00 น.
ศุกร์ 10.30-24.00 น.
เสาร์ 11.00-24.00 น.
อาทิตย์ 11.00-22.00 น.
โทร. 0-2280-7878-9



โรตี-มะตะบะ(เจ้าเก่าท่าพระจันทร์)
โรตีมะตะบะ เป็นอาหารประจำชาติของชาวมุสลิม ที่ขึ้นชื่อมากในย่านถนนพระอาทิตย์ หากใครเคยไปเดินย่านพระอาทิตย์ ก็คงจะพอคุ้นตากันบ้างเพราะว่าร้านนี้อยู่ตรงข้ามป้อมพระสุเมรุ บิดานายอับดุล การิม เริ่มค้าขายเมื่อสงครามโลกครั้งที่2 พ.ศ.2486 บริเวณริมท่าน้ำท่าพระจันทร์ จากนั้นปีพ.ศ.2527 จึงย้ายมาอยู่ที่ถนนพระอาทิตย์ ตรงข้ามป้อมพระสุเมรุ ประมาณ 15 ปีมาแล้ว เปิดให้บริการ วันอังคาร - วันอาทิตย์ ตั้งแต่ 07.00น. - 20.00น.ในราคาเริ่มต้นที่ 25 บาท ถ้าอยากลองชิมอาหารมุสลิมรสชาติดีก็มาเดินเล่นแถวถนนพระอาทิตย์ นอกจากจะได้บรรยากาศที่ดูแปลกตา แล้วยังได้ทานอาหารแปลกๆ อีกด้วย
ที่อยู่:เลขที่ 136 ถนนพระอาทิตย์ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร จังหวัดกรุงเทพมหานคร 10200
โทร: 2822119, 6293353
รายการอาหาร มะตะบะ ไก่ เนื้อ แกงมัสมั่น แกงกะหรี่ไก่ แกงกะหรี่ปลา โรตีเนื้อหนุ่มๆ และอื่นๆ อีกมากมาย


ร้านกิน-ดื่ม
ร้านสวย บรรยากาสดี บนถนนพระอาทิตย์
กินดื่ม ที่อยู่: ถนนพระอาทิตย์ เขตพระนคร จังหวัดกรุงเทพมหานคร 10200 เมนูจานเด็ด: ต้มยำกุ้ง, ยำปลาดุกฟู ประเภทอาหาร: ไทย ป้ายรับรอง / แนะนำร้าน: - เวลาเปิดบริการ: ทุกวัน, เวลา 18:00 - 02:00 จุดสังเกต/วิธีเดินทาง: มาจากหน้าโรงเรียนเซ็นคาเบรียล ตรงไปเรื่อยๆจนถึงแยกที่จะตรงไปบางลำภู เลี้ยวขวาเข้าถนนพระอาทิตย์ ร้านอยู่ประมาณกลางๆถนน จุดขาย: เพลงเพราะ บรรยากาศดี ลักษณะที่ตั้ง: ตึกแถว บรรยากาศภายในร้าน: เป็นกันเอง, สังสรรค์, คึกคัก, โรแมนติก, สบายสบาย ประมาณการค่าอาหารต่อคน: 101-300 บาท การสำรองที่นั่งล่วงหน้า: ไม่จำเป็น บริการส่งนอกสถานที่: ไม่มี เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์: มีจำหน่าย ประเภทของดนตรี: ทั้งเปิดเทปและแสดงสด การสูบบุหรี่ในร้าน: สูบได้ บัตรเครดิตที่ยินดีรับ: ไม่รับบัตรเครดิต สถานที่จอดรถ: ตลอดข้างทาง



การเดินทาง
ถ้าเป็นรถยนต์
• วันอาทิตย์ สามารถจอดรถ ริมถนนพระอาทิตย์ได้ตลอดวัน • วันเสาร์ และวันธรรมดา ถนนพระอาทิตย์ ห้ามจอดเฉพาะเวลา 6.00 - 9.00 น. และ 16.00 - 19.00 น. ช่วงกลางวัน และกลางคืนจอดได้ตลอด
ถ้ามารถเมล์
• มีสาย รอบเมือง 35, 53 จากสนามหลวงสาย 32, 33, 64 หรือ ป.อ


แผนที่การเดินทาง

ตำแหน่งสถานที่ที่น่าสนใจ